11/06/2006

Procession royale et spectacle son et lumière

Procession royale et spectacle son et lumière

Le royaume de Thaïlande célèbre cette année le 60e anniversaire de l’accession au trône de Sa Majesté le Roi Bhumibol Adulyadej. Depuis le début de cette année exceptionnelle, de somptueuses célébrations marquent cet événement à travers tout le pays, en l’honneur du bien-aimé neuvième roi de la Dynastie Chakri fondée en 1782, le Roi Bhumibol, monarque thaï au plus long règne. 

Des monarques et chefs d’état d’une trentaine de pays prendront part aux festivités. Organisée par la Marine Royale thaïe, la Procession sur l’eau aura lieu le 12 juin. L’ensemble de 52 barques traditionnelles incluant 4 grandes barques royales sera mené par quelque 2 000 officiers de la Marine. 

Une musique spécialement conçue pour l’occasion, décrivant la contribution du roi à son pays et la beauté du royaume, accompagnera le cortège. 

Le retour de la flottille est prévu à l’Institut de la Marine Royale, où un fabuleux spectacle son et lumière débutera à 19h30. Le point d’observation idéal se situera à bord du navire de croisière, le Riverside III. (Du 1er au 16 mai 2006)

 

Office National du Tourisme de Thaïlande

 

Image
            เนื่องในวโรกาสการฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ วัดไทยธรรมาราม เมืองวอเตอร์ลู วัดพุทธแอนท์เวิร์ป เมืองแอนท์เวิร์ป และวัดธัมมปทีป เมืองเมเคเล่น ได้ร่วมกันจัดงาน ‘รวมใจภักดิ์ รักในหลวง’ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ระหว่างเวลา 10.00 น. ถึง 14.30 น. ณ Centre Culturel et de Congres de Woluwe St. Pierre โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์/เอกอัครราชทูตประจำสหภาพยุโรป เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ สำนักงานของหน่วยราชการไทยต่าง ๆ  รวมทั้งชาวไทยจากเบลเยียมและลักเซมเบิร์กพร้อมด้วยครอบครัวเข้าร่วมงาน รวมประมาณ 500 คน
 
Image
          
         ในช่วงเช้า งานเริ่มด้วยพิธีสงฆ์ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และเอกอัครราชทูตฯ ถวายตาลปัตรซึ่งได้จัดทำในโอกาสการฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ต่อมา คณะสงฆ์จากทั้ง 3 วัดในเบลเยียมเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล หลังจากเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ ผู้ร่วมงานได้ชมวีดีทัศน์เทิดพระเกียรติฯ ‘ในหลวงของเรา’ ซึ่งเป็นการรวบรวมพระราชประวัติ ลำดับภาพเหตุการณ์สำคัญ และพระราชกรณียกิจ 60 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ และภาพยนต์ข่าวในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จฯ เยือนเบลเยียมอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) จากนั้นชาวไทยได้ร่วมกันตั้งปณิธานในการทำความดีถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเขียนปณิธานของตนลงในไปรษณียบัตร ‘รวมใจภักดิ์ รักในหลวง’ ซึ่งในขณะนั้น บรรยากาศในห้องจัดงานเต็มไปด้วยความสงบ โดยชาวไทยซึ่งแม้จะอยู่ในต่างประเทศ แต่ยังคงมีความจงรักภักดีและเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อย่างแรงกล้าต่างตั้งจิตแน่วแน่ จรดปากกาลงในไปรษณียบัตร

Image  Image

Image  Image

            หลังจากการถวายภัตตาหารเพลแก่คณะสงฆ์ทั้ง 9 รูป ผู้ร่วมงานได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมลิ้มรสอาหารไทยรสเลิศจากสถานเอกอัครราชทูต ฯ และจากกลุ่มคนไทยน้ำใจงามมาร่วมเสริมความอิ่มอร่อยในงาน และชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งจัดทำสำหรับโอกาสพิเศษครั้งนี้

Image  Image  Image

Image  Image  Image

            ในช่วงบ่าย ฯพณฯ เอกอัครราชทูตฯ ผู้แทนสำนักงานต่าง ๆ และผู้แทนวัดทั้ง 3 วัด ได้ร่วมกันถวายปัจจัยไทยธรรมและคณะสงฆ์อนุโมทนา ต่อมาพระสุธีญาณวิเทศ (วิสุทธิ์ โชติญาโณ) ประธานคณะสงฆ์ในพิธีแสดงปาฐกถาธรรม ‘พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู’ ซึ่งยังความซาบซึ้งและประทับใจในพระจริยาวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แก่ชาวไทยที่มาร่วมงาน จากนั้นคณะสงฆ์ได้สวด "ธรรมจักร" เพื่อถวายพระพร หลังจากนั้นชาวไทยได้ร่วมกันตั้งจิตในการเจริญสมาธิเพื่อถวายเป็น  พระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน

Image  Image

Image  Image


            ในเวลา 14.15 น. ฯพณฯ เอกอัครราชทูตฯ กล่าวถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติฯ ในนามของคนไทยในเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก ซึ่งมีเนื้อหากล่าวถึงพระราชกรกรณียกิจน้อยใหญ่นานับประการ ในการขจัดทุกข์ บำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์ทั่วทุกภูมิภาคของไทย และได้มอบรางวัล คนดีของพ่อหลวง  การประกวดร้อยแก้วร้อยกรองเฉลิมพระเกียรติ และการประกวดการแต่งพานพุ่มราชสักการะ

Image  Image

            คนดีของพ่อหลวง เป็นคนไทยที่พำนักอาศัยในเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นผู้ที่มีวิถีการดำเนินชีวิตที่ถูกทำนองคลองธรรม มีน้ำใจ ไมตรี เมตตาต่อผู้อื่น อุทิศตนเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อส่วนรวม สร้างความสมานสามัคคีในหมู่คณะ รักเพื่อนร่วมชาติ บ้านเกิดเมืองนอน คิดแทนคุณแผ่นดิน และสร้างชื่อเสียงในทางดีให้กับประเทศไทย โดยได้รับการเสนอชื่อจากกลุ่มคนไทยที่ประจักษ์ในความดีที่ผู้ได้รับรางวัลที่ด้กระทำความดีอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ได้รับรางวัลมี 4 ท่านได้แก่ นายสมบัติ ศิริสุข    นางสุรัญญา ทองบุญรอด    นางลำพูน โพธิ์ทา และนางเพ็ญศิริ เทวพฤกษ์

            การประกวดร้อยแก้วร้อยกรองเฉลิมพระเกียรติ ผู้ที่ได้รับรางวัล สำหรับร้อยกรองได้แก่ น.ส. ดลลดา ทองบุญ ในหัวข้อ ‘พ่อหลวงของปวงชน’ และนางพัชนีบูลย์ เจริญผิว ในหัวข้อ ‘60 ปี แต่ร่มพระบารมี ในหลวง...ของปวงชน’ และสำหรับร้อยแก้ว ได้แก่ นางสุวรรณา เดอะ เมลเดอร์ (ลิ้มสกุลไพโรจน์) ในหัวข้อ ‘แผ่นดินของพ่อหลวง’


พ่อหลวงของปวงชน

          60 ปี ฑีฆา มหาราช                        วโรกาส เวียนครบ สพสมัย
พระเกียรติก้อง เกริกเกล้า ขจรไกล                 เหล่าข้าบาท ร่วมร้อยใจ สดุดี
ธ ดำรง วงศ์จักรี ศรีกษัตริย์                สองพระหัตถ์ เสริมราษฎร์ ชาติวิถี
พระเสโท ที่ไหลหยด รดปฐพี                        เปรียบนที หล่อแคว้น แดนขวานไทย
          ทรงสอนสั่ง สรรค์สร้าง และส่งเสริม        ดำริเริ่ม พัฒนา พาสมัย
เศรษฐกิจ พอเพียง มิเสี่ยงภัย                       ราษฎร์อุ่นใจ ใต้พระบาท กษัตรา
          ณ ดิถี มหามงคล วนบรรจบ               สิบนิ้วนบ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกทิศา
ขอทรงมี ชนมายุ ยิ่งยืนมา                           เป็นร่มฉัตร โพธิภารา แห่งแผ่นดิน
                                                                   ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
                                                                                   
                                                                                     ข้าพระพุทธเจ้า
                                                                                    น.ส. ดลลดา  ทองบุญ


60
ปี ใต้ร่มพระบารมี ในหลวง...ของปวงชน

กาพย์ยานี 11
          หกสิบปี ธ ครองรัฐ                เถลิงฉัตรนวมินทร์
ไทยราษฎร์ทั่วแผ่นดิน                      ปิติปลื้มพระบุญญา
          หกสิบปีใต้เบื้องบาท               ทศราชธรรมราชา
ร่มเย็นพระเมตตา                            ทรงแผ่ปกพสกนิกร
          หกสิบปีที่ทรงบาก                 ธ ทรงบั่นมิย่อหย่อน
เสด็จทุกแดนดอน                            ที่ใดร้อนก็คืนเย็น
          หกสิบปีพระอัจฉริยภาพ           ทรงกำราบทุกข์ลำเค็ญ
วิกฤติใดแสนเข็ญ                            ธ ทรงแก้โดยแยบยล
          หกสิบปีพระเกียรติก้อง            ทั่วโลกซร้อง “ภูมิพล”
“ในหลวง...ของปวงชน”                     ขอจงทรงพระเจริญเทอญ
                                              
                                               ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
                                                     นางพัชนีบูลย์  เจริญผิว


แผ่นดินของพ่อหลวง


                   ในฐานะคนไทย ไม่มีคนใดที่ไม่รักและเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หรือในหลวงของเรา แต่เราจะไม่รู้เลย ความรักที่เรามีต่อพระองค์นั้นมีค่ามากขนาดไหนเราผูกพันกับพระองค์แค่ไหน จนกว่าเราจะออกจากแผ่นดินของพระองค์
                   เมื่อเครื่องบินพาข้าพเจ้าออกจากประเทศไทย เพื่อมาประเทศที่คิดว่าศิวิไลซ์ มาประเทศที่คิดว่าดีกว่าแผ่นดินของพ่อหลวง ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ว่าข้าพเจ้ารักพระองค์แค่ไหนต่อไปนี้  เราจะไม่ได้อยู่ในแผ่นดินใต้ร่มโพธิสมภารอีกแล้ว จะมีแผ่นดินไหนหนอที่จะดีกว่าแผ่นดินของพ่อหลวง น้ำตาของข้าพเจ้าไหลอาบแก้มด้วยมือหนึ่งอุ้มลูกน้อยไว้ในอกเริ่มไม่แน่ใจถึงแผ่นดินข้างหน้าที่ตัดสินใจจะไป ทั้งที่ก่อนนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ยืนอยู่ในแผ่นดินของพ่อหลวง ยังตาวาว ดีใจที่จะออกไปสู่แผ่นดินใหม่ แต่พอรู้ตัวว่าพ้นแผ่นดินไทยมาแล้วเท่านั้น น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างอาวรณ์อาลัยเป็นที่สุด คำว่า”พสกนิกรของพระองค์” มีค่า จนยากที่จะบรรยาย  ข้าพเจ้าเพิ่งจะรู้คุณในฐานะพสกนิกรของพระองค์ แม้ข้าพเจ้าจะเปรียบเสมือนใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท แต่คนไทยทุกคนก็สัมผัสได้กับพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ซึ่งเปรียบเสมือนอ้อมอกพ่อ เมื่อถึงแผ่นดินที่คิดว่าศิวิไลซ์ และรับประทานอาหาร ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ว่าไม่มีแผ่นดินไหนที่อบอุ่นดีไปกว่าแผ่นดินของพ่อหลวงอีกแล้ว ไม่มีข้าวที่ไหนอร่อยเท่ากับกินข้าวในแผ่นดินของพระองค์อีกแล้ว และข้าพเจ้าสัญญาว่า สักวันหนึ่งข้าพเจ้าจะกลับไป และจะไม่ออกมาจากแผ่นดินของพ่อหลวงอีกเลย ถ้าเลือกได้ ข้าพเจ้าพอใจที่จะกลับไปเป็นพสกนิกรจน ๆ ของพระองค์ท่าน ดีกว่าจะเป็นผู้มั่งมีในประเทศที่ศิวิไลซ์และหนาวเย็นถึงขั้วหัวใจ แบบนี้
                                                                                                  สุวรรณา  เดอะ เมลเดอร์ (ลิ้มสกุลไพโรจน์)
                                                                                                               1 พฤษภาคม 2549

การแต่งพานพุ่มราชสักการะ ผู้ได้รับรางวัลดีเด่น ได้แก่
1. คุณสมศักดิ์ ปรีชา และคุณ Carpentier Alian
2. คุณน้อย ชนะ
3. คุณกันทิมา ทองขาว คุณกฤษกร เจริญพานิช และคุณศิรินธร เทพวงษ์
    รางวัลชมเชย ได้แก่ คุณสุชิน เดชอนันต์


Image  Image

                    ภายหลังจากพิธีการมอบรางวัล ฯพณฯ เอกอัครราชทูต ฯ ได้กล่าวปิดงานโดยได้ขอบคุณในความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ทำให้งาน ‘รวมใจภักดิ์ รักในหลวง’ ได้ประสบความสำเร็จด้วยดี ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนไทยด้วยกัน และหวังด้วยว่าความสามัคคีนี้จะบังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกชุมชนไทยในเบลเยียมและลักเซมเบิร์กเพื่อจะได้เป็นการรวมพลังของคนไทยในต่างประเทศ และก่อนการสิ้นสุดของงานชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันร้องเพลงภูมิพลังแผ่นดิน นวมินทร์มหาราชา เพลงสดุดีมหาราชา และเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างพร้อมเพรียงกัน
                   นอกจากนั้นคนไทยผู้มีจิตศัรธายังได้ร่วมกันสมทบทุนเพื่อเสด็จเป็นพระราชกุสลสำหรับมูลนิธิชัยพัฒนา ณ วันี้เป็นจำนวน 1300.15 ยูโร และ 1100 บาท

01:16 Écrit par Touta | Lien permanent | Commentaires (0) |  Facebook |

Les commentaires sont fermés.